เอสโกบาร์

โพสต์โดย : เทพทอน เมื่อ 3 ก.ย. 2562 16:54:50 น. เข้าชม 25 ครั้ง แจ้งลบ

25 ปีหลังความตายของเอสโกบาร์ : โคลอมเบียยังเถื่อน


เมื่อกว่า 25 ปีมาแล้ว เหตุระทึกขวัญแฟนฟุตบอลทั้งโลกเมื่อทราบข่าวว่าบอดี้การ์ดของราชายาเสพติดแห่งโคลอมเบีย ลั่นกระสุนปืนปลิดชีวิตนักเตะทีมชาติ เหตุเพราะทำให้นักเตะหัวไม้เสียพนัน! ... ผ่านมากว่า 2 ทศวรรษครึ่ง ว่ากันว่าที่นั่นยังเถื่อนเหมือนเดิม พูดถึงการเสียชีวิตของ อันเดรส เอสโกบาร์ ปราการหลังซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสุภาพบุรุษลูกหนัง เนื่องเพราะบุคลิกส่วนตัวอ่อนโยนมากทั้งใน-นอกสนาม ส่วนความรับผิดชอบฐานะนักฟุตบอลก็มืออาชีพสุดๆ จนทำให้เกิดคำถามว่าเหตุใดแข้งน้ำดีแบบนี้ต้องมาโดนยิงตายหน้าไนท์คลับที่ เมืองเมเดยีน บ้านเกิด?


ผลพวงคงจากการสกัดเข้าประตูตัวเอง ซึ่งมีค่างวดทำให้ 'โลส กาเฟเตโรส' ตกรอบฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ย้อนไปเมื่อฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 1994 ในรอบแบ่งกลุ่ม เอสโกบาร์ ในฐานะกองหลังตัวหลักในทัวร์นาเมนต์นั้นรับใช้ชาติในกรุ๊ป เอ ร่วมกับ โรมาเนีย, เจ้าภาพ สหรัฐฯ และ สวิตเซอร์แลนด์ ผลงานนัดแรกของทีมจากอเมริกาใต้โดน 'ผีดิบ' อัดยับ 4-1 พกความบอบช้ำมาไม่น้อยก่อนลงเล่นแมตช์สองพบแข้งมะกัน เป้าหมายของทีมก่อนคิกออฟคือต้องชนะเพื่อรักษาโอกาสเข้ารอบต่อไป ซึ่งก็ยังพอเป็นไปได้เนื่องจากลูกหนังมะกันในเวลานั้นไม่แกร่งสักเท่าใดทว่าเพียงนาทีที่ 35 สกอร์บอร์ดของสนามโรส โบวล์ พาซาเดน่า ก็ทำงานเมื่อ สหรัฐฯตั้งเกมรุกขึ้นมา กองกลาง จอห์น ฮาร์กส์ พยายามครอสบอลจากซ้ายเข้ากรอบไปให้ดาวยิงของพวกเขาลุ้นพังตาข่าย แต่กลายเป็นว่า เอสโกบาร์ ซึ่งวิ่งมาคุมตำแหน่งแหย่เท้าสกัดลูกเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง ให้สหรัฐฯขึ้นนำ 1-0 กุมความได้เปรียบจนสามารถปิดจ๊อบลงที่ 2-1 ความปราชัยทำให้ โคลอมเบีย ตกรอบทันที แม้เกมปิดท้ายกรุ๊ป สเตจ สามารถโค่น สวิส 2-0 ก็ตาม


ซึ่งหลังจบแมตช์ก่อความผิดพลาด เอสโกบาร์ บนวัย 27 ปี สัมภาษณ์กับ 'เอล เทียมโป้' สื่อฯ บ้านเกิดว่าสิ้นหวังสุดๆ ที่มีส่วนหยุดเส้นทางของทีมชาติเพียงกรุ๊ป สเตจ "เรื่องพรรค์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับผมมาก่อน (สกัดเข้าประตูตัวเอง) ทั้งในระดับสมัครเล่นหรือระดับอาชีพ แต่มันดันมาเกิดบนช่วงเวลาที่สำคัญสุดของวงการฟุตบอลโคลอมเบี้ยน"  เซนเตอร์ฮาล์ฟส่วนสัด 6 ฟุต กล่าวทั้งน้ำตา บอลจบ ชีวิตคนยังดำเนินต่อไป แต่ใช่สำหรับ เอสโกบาร์ พกความผิดพลาดที่แคลิฟอร์เนียติดตามตัวเขากลับมายังโคลอมเบียด้วย


กระแสคลั่งบอลของบ้านเกิดที่สุกงอม ทำให้ทัวร์นาเมนต์บนแผ่นดินเสรีถูกคาดหวังสูงมาก แล้วเมื่อมันจบแบบกร่อยๆ แน่นอนปราการหลังจอมเปิ่นตกเป็นแพะรับบาป มีการขู่ฆ่านักเตะในทีมชุดนั้น ซึ่งคนที่โดนหนักสุดคือ เอสโกบาร์ นั่นทำให้เจ้าตัวต้องเปลี่ยนแผนจากเดิมมีคิวต้องไปเยี่ยมญาติในสหรัฐฯ ไปเป็นการเดินทางกลับบ้านเกิดทันที จากหวังมาเลียแผลใจ สงบสติอารมณ์ กลับกลายเป็นอาชญากรรมที่พรากสุภาพบุรุษปราการหลังไปตลอดกาล


ในคืนวันที่ 1 ก.ค. เอสโกบาร์ ไปเที่ยวย่าน เอล โปบลาโด ในเขตเมืองเมเดยีน นัดพวกพ้องสามคนมากิน-ดื่มกันที่ไนท์ คลับ แต่ดันซวยไปเผชิญหน้ากับสองนักค้ายาตระกูล กาโยน อย่างเจ้า ซานตีอาโก และ เปโดร ซึ่งติดตามการแข่งขันเวิลด์ คัพ อยู่ด้วย ดังนั้นเมื่อเห็น เอสโกบาร์ มากินเหล้าร้านเดียวกันจึงต้องระบายความหงุดหงิดตะโกนชี้เป้าว่า "แก! มันไอ้คนสกัดบอลเข้าโกลตัวเอง" - แซวซ้ำไปอย่างนั้นไม่รู้จักจบ เอสโกบาร์ ก็ขอให้พี่-น้อง นักเลงหยุดล้อเลียนเขา เนื่องเพราะเหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากเจตนา จนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว น่าเสียดายว่าพ่อค้ายาที่เมาเหล้า แถมเสียพนันบอลหมายหัวแข้งทีมชาติแต่แรก


พวกมันรอจนเวลา 3 นาฬิกาของวันใหม่ ตอนเอสโกบาร์แยกกับเพื่อนมายังที่จอดรถ ก็ปรากฎตัวอีกที คราวนี้พาบอดี้การ์ด อุมเบร์โต้ มูนโญซ มาด้วย ทั้งหมดเผชิญหน้ากัน ซึ่งจากคำให้การของ ซานตีอาโก เขาพูดย้ำกับ เอสโกบาร์ หนแล้วหนเล่าว่า "มึงไม่รู้เสียแล้วว่ากำลังเล่นกับใคร มึงเปรี้ยวผิดคนแล้ว" เหตุการณ์จากนั้นเกิดอย่างรวดเร็วลิ่วล้ออย่างเจ้า มูนโญซ ชักปืน .38 ลั่นกระสุนใส่ปราการหลังโชคร้าย 6 เม็ดเข้าที่ศีรษะ โดยตามรายงานของสำนักข่าว 'ซีเอ็นเอ็น' ฆาตกรเผยว่าทุกครั้งที่เหนี่ยวไก จะตะโกน - ยิงเข้าไป! ยิงเข้าไป! ยิงเข้าไป! - พอก่อเหตุเสร็จ 3 วายร้ายก็แยกหลบหนี


ส่วนหนึ่งในเพื่อนของ เอสโกบาร์ ซึ่งตะขิดตะขวงใจว่าจะเกิดเรื่องรีบมายังที่เกิดเหตุ เห็นมิตรสหายจมกองเลือดก็รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันทีแต่ไม่ทันการณ์เพราะเจ้าตัวสิ้นใจตั้งแต่ลานจอดรถ เมื่อข่าวการถูกฆาตกรรมสะเทือนขวัญของ เอสโกบาร์ ถูกเสนอ ออกไป กระแสแฟนบอลที่ยังขุ่นเคืองเขาอยู่ตีกลับทันที กลายเป็นความเห็นอกเห็นใจต่อครอบครัว และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพลิกแผ่นดินลากคนผิดมาลงโทษ "น่าเศร้าใจเหลือเกิน เขากำลังจะกลายเป็นสามีของดิฉัน เป็นบิดาของลูกเรา" คู่หมั้นของ เอสโกบาร์ กล่าวสดุดีถึงผู้วายชนม์


"แม้วันนี้ได้จากไปแล้ว แต่สิ่งที่เขาทิ้งไว้คงมีแต่ความรัก ... รักที่มีต่อแผ่นดินเกิด และรักที่ให้ไว้แก่ฉัน"


พิธีฝังศพตามหลักคริสต์ศาสนา มีผู้มาร่วมส่งดวงวิญญาณกว่า 120,000 คน หนึ่งในนั้นถือภาพถ่ายปราการหลังผู้เคราะห์ร้าย ใต้เครื่องแบบทีมชาติโคลอมเบีย บอกลากันตลอดกาล มาว่าถึงการไล่ล่าคนผิด มือสังหาร มูนโญซ ถูกตามจับกุมแทบจะในทันที ศาลตัดสินจำคุกเบื้องต้น 43 ปี ต่อมาลดเหลือ 26 ปี และเอาเข้าจริงนอนซังเตะไม่ถึง 12 ปี ก็ถูกปล่อยออกมาราว ค.ศ.2005 ส่วน 2 พี่-น้อง ตระกูล กาโยน ลอยนวลหลังเหตุการณ์พักใหญ่ก็โดนลากมาดำเนินคดีฐานมีส่วนพัวพันกับเหตุฆาตกรรมสั่งจำคุก 15 เดือน ทั้งนี้แม้มีการซัดทอดจากมือปืนว่าได้รับคำสั่งจากสองพ่อค้ายาให้ลั่นกระสุน แต่พวกเขาก็ใช้ทนายต่อสู้ในชั้นศาล กดโทษขังให้ต่ำสุด


ชื่อของมาเฟียสกุล กาโยน ยังปรากฎตามหน้าสื่อฯ โคลอมเบีย อย่างต่อเนื่องเพราะสายสัมพันธ์แนบแน่นกับอดีตประธานาธิบดี อัลวาโร่ อูรีเบ ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังกองกำลัง 'เอยูซี' ที่ก่ออาชญากรรม ตั้งตัวเป็นพ่อค้ายาในรัฐอันโตเคีย จากวันนั้นถึงวันนี้บทเรียนจาก เอสโกบาร์ สอนให้ผู้คนในโคลอมเบีย แยกแยะเกมกีฬา ออกจากอารมณ์ร่วม ถึงขั้นอยากลั่นกระสุนใส่แพะรับบาปได้จำนวนหนึ่ง แต่ก็ก็คงมีคนอีกจำพวกที่เป็นบัวใต้น้ำ ขู่ฆ่าเอาชีวิตนักเตะ-ครอบครัวของตัวแทนชาติเมื่อเห็นความล้มเหลวจากทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ


ตัวอย่างเห็นอยู่ที่ การ์ลอส ซานเชซ จากทัวร์นาเมนต์ ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ 2018 หรือสดๆร้อนๆ โกปา อเมริกา  2019 ครีสเตียน เตซีโย่ ล้วนโดนขู่เอาให้ตายทั้งสิ้นฐานะแพะ ตราบใดที่แฟนบอลน้ำเสียแห่งชาติคลั่งฟุตบอลแห่งนี้ ยังไม่สามารถเรียนรู้การหักห้ามใจ เชื่อว่าเหตุการณ์แบบเดิมก็คงเกิดขึ้นอีกไม่รู้จักจบจักสิ้น ยิ่งปีหน้าพวกเขาได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพร่วม จัดชิงแชมป์ทวีปอเมริกาใต้กับ อาร์เจนตินา อีกต่างหาก ก็เป็นห่วงแทนขุนพล 'โลส กาเฟเตโรส' อย่าง ฮาเมส โรดรีเกซ, ดาวีนซอน ซานเชซ, ดาวิด ออสปีน่า หรือ ฮวน กวาดาร์โด้ ว่าต้องเตรียมรับมือแต่เนิ่นๆ

facebook

ปิดโฆษณานี้

ปิดโฆษณานี้